ผลคะแนนสอบ IELTS

ผลคะแนนของ IELTS Academic และ General Training นั้นจะมีรูปแบบการคิดคะแนนอยู่ในระดับเดียวกัน สามารถตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการคิดคะแนน IELTS ระดับ 1 – 9 ได้ที่นี่

การคำนวนผลคะแนนรวม IELTS
(Overall Band Score)

การคิดคะแนนรวมจะคำนวณคะแนนเฉลี่ยของการสอบทั้ง 4 ทักษะ (การฟัง การอ่าน การเขียนและการพูด) เมื่อได้คะแนนรวมแล้วจะหารด้วย 4 ถ้าหากคะแนนรวม overall ออกมามีเศษ จะถูกปัดเศษ ตามช่วงคะแนนที่ใก้ลเคียงกับคะแนนเต็ม (whole band) หรือครึ่งคะแนน (half band)

ตัวอย่าง:

หากคุณมีคะแนน Listening: 6.5 / Reading: 6.5 / Writing: 5.0 / Speaking: 7.0
และคะแนนรวม Overall เท่ากับ 6.5
โดยมีการคำนวณคะแนนรวมดังนี้ 25 ÷ 4 = 6.25
เท่ากับคุณจะได้คะแนนรวม Overall 6.5

ถ้าคุณได้ Listening: 4.0 / Reading : 3.5 / Writing: 4.0 / Speaking: 4.0
และคะแนนรวม Overall เท่ากับ 4.0
โดยมีการคำนวณคะแนนรวมดังนี้ 15.5 ÷ 4 = 3.875
เท่ากับคุณจะได้คะแนนรวม Overall 4

ผลคะแนนของทักษะการฟัง (Listening) และการอ่าน (Reading)

การสอบ IELTS ในทักษะการฟังและการอ่าน จะประกอบไปด้วยข้อสอบจำนวน 40 ข้อ สำหรับข้อที่ตอบถูกจะนับเท่ากับ 1 คะแนน ดังนั้นคะแนนดิบสูงสุดที่คุณสามารถทำได้ในแต่ละทักษะเท่ากับ 40 คะแนน และจะคิดเป็นระดับคะแนน IELTS Band Score 1-9 ตามคะแนนดิบที่ผู้สอบทำได้ ซึ่งในตารางด้านบนจะแสดงจำนวนคะแนนดิบ ที่คุณต้องทำให้ได้เพื่อพิชิตคะแนน IELTS ในแต่ละ Band

ผลคะแนนของทักษะการเขียน (Writing) และ การพูด (Speaking)

การตรวจข้อสอบในส่วนของทักษะการเขียนและการพูดนั้น ผู้ตรวจข้อสอบจะใช้เกณฑ์การประเมินโดยละเอียด ซึ่งจะอธิบายถึงประสิทธิภาพและความสามารถในการเขียน และการพูดเทียบตามระดับคะแนน IELTS Band Score 1-9

การเขียน

ผู้ตรวจข้อสอบ (Examiners) จะให้คะแนนโดยแบ่งเกณฑ์การประเมิณเป็น 4 องค์ประกอบดังนี้

  1. Task Achievement (สำหรับ Task 1)
    Task Response (สำหรับ Task 2)

    สามารถเขียนคำตอบได้ตรงตามที่โจทย์ต้องการครบถ้วนสมบูรณ์และไม่มีข้อมูลอื่นๆ นอกเหนือจากนี้มากจนเกินไป
  2. Coherence / Cohesion

    มีความเป็นเหตุเป็นผลในคำตอบและมีความกลมกลืน สามารถจัดเรียงเนื้อหาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เนื้อหาที่เขียนมีความไหลลื่นทางภาษา รวมทั้งสามารถถ่ายทอดความคิดได้อย่างต่อเนื่องเป็นลำดับ ไม่มีความสลับสับสน
  3. Lexical Resource

    คะแนนการใช้คำศัพท์ได้อย่างเหมาะสมกับรูปประโยคนั้นๆ มีการใช้คำศัพท์ในระดับที่หลากหลาย ไม่ยึดติดกับกลุ่มคำเดิมๆ ตลอดเวลา
  4. Grammatical Range and Accuracy

    คะแนนในส่วนนี้เป็นเรื่องของไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ ในเรื่องของการใช้ Tense และการเชื่อมคำได้ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์

โดยการคิดคะแนนจะให้ความสำคัญทั้ง 4 องค์ประกอบอย่างเท่าเทียมกัน

การพูด

ผู้ตรวจข้อสอบ (Examiners) จะให้คะแนนโดยแบ่งเกณฑ์การประเมิณเป็น 4 องค์ประกอบดังนี้

  1. Fluency and Coherence

    มีความไหลลื่นทางภาษารวมทั้งสามารถถ่ายทอดความคิดได้อย่างต่อเนื่องเป็นลำดับ
  2. Lexical Resource

    ความรู้เกี่ยวกับคำศัพท์ที่กว้าง และทราบถึงวิธีการเลือกใช้ในแต่ละบริบทที่แตกต่างกันอย่างเหมาะสม ตามรูปประโยคนั้นๆ ไม่ยึดติดกับกลุ่มคำเดิมๆ ตลอดเวลา
  3. Grammatical Range and Accuracy

    คะแนนในส่วนนี้เป็นเรื่องของไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ ในเรื่องของการใช้ Tense ได้ถูกต้อง รวมทั้งมีการเชื่อมคำได้อย่างถูกหลักไวยากรณ์
  4. Pronunciation

    ความสามารถในการใช้เสียงและออกเสียงคำศัพท์ได้ถูกต้อง

โดยการคิดคะแนนจะให้ความสำคัญทั้ง 4 องค์ประกอบอย่างเท่าเทียมกัน

เกณฑ์การประเมิน

เพื่อให้คุณเข้าใจถึงระดับการประเมิณคะแนนในทักษะการเขียน และการพูดสามรถตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมได้ตามลิงค์ด้านล่างนี้

เพราะเหตุใดผลสอบ IELTS จึงเก็บไว้ได้เพียงสองปี?

เนื่องจากสถาบัน มหาวิทยาลัย หรือองค์ภาครัฐ และเอกชนที่ยอมรับคะแนน IELTS ต้องการผลคะแนนที่มีวันหมดอายุไม่เกิน 2 ปีเพื่อเป็นการพิสูจน์ว่าคุณได้มีความสามารถด้านภาษาอังกฤษอยู่ในระดับปัจุบัน